Sister day @Samila beach

At Japanese park

I don’t know why this place is callled ‘Japanese park’, there’s nothing relate to Japan.

1. Top of the hill at Japanese park, there was a man rest on a bench after working out and his fellow, a dog, sitting beside him.

2. This vibe remind me of ‘La la land’

3. This flower is a symbol of Songkhla province, I don’t know it name in English.

4. He captured something, I captured him.

Monsday Cafe

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พี่หลุยส์อยู่เมืองไทย ก่อนกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษ แก๊งเราก็เลยนัดกันซะหน่อย นางนั่งรถตู้มาจากสตูลเพื่อพบกับพวกเราเลยจ้า น่าร๊อคอะ

…ตอนแรกก็จะไปร้าน The wooden house แต่ร้านปิดค่ะ เลยเปิดวงใน นิกบอกว่าลองร้านนี้มั้ย น่าสน เราก็เลยไปกัน ใช่แล้ว เราไปที่ร้าน Monsday Cafe

๑. สระว่ายน้ำ: ร้านเป็นคาเฟ่ที่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และซาวน่าด้วย


๒. บรรยากาศในร้าน: โปร่ง สบาย อบอุ่น เป็นกันเอง


๓. สปาเก็ตตี้ไข่กุ้งสาหร่าย (จำชื่อเต็ม ๆ ไม่ได้)


Processed with VSCO with hb2 preset

๔. สปาเก็ตตี้ไข่กุ้งแบบโคลส-อัพ


Processed with VSCO with hb2 preset

๕. เกี๊ยวกล้วย และ เกี๊ยวชีสเบคอน


๖. ให้พนักงานถ่ายรูปให้: พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส บริการดี ถ่ายรูปดีด้วย


Processed with VSCO with hb2 preset

๗. บายยยยยย

ปล. ร้าน Monday Cafe อยู่ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พิกัดตรงไหนนั้น ลองเสิร์ชหาดูนะคะ

Kohyor viewpoint

Thank you mr.xxx for taking me to this place. I really appreciate that!

Kohyor view from Kudhi Temple

nun in temple

Jedi in the temple

The temple is underconstruction

monks cubicle

sunset view at Kohyor viewpoint

Fishing dork at Songkhla lake

Today I was really enjoy the time at Songkhla lake. I’ve never been at fishing dork before, thanks to mr.Twitty, I feel like a tourist despite this is my hometown.

i’m fishing, i’m fishing

Rat island


cloud in a row


the fishing dork


back home

Join ISOL camp on the top of the hill

I can’t remember when was the last time i wen to Songkhla zoo. I almost have no idea what the place is like. Thanks to ISOL camp, it brought me there again. That night i was invited by Dr.Kantarin to be an audience of the group presentations. The zoo is located on a hill, there was a restaurant there with a great view of Songkhla city. I feel amazed!

Evening view at top of Songkhla zoo

Songkhla sign

it’s getting dark and the lights are on

breezy reastaurant

enjoy the view while having dinner

city night view

selfie with the view!

Travel around the city with Pokemon GO!

The first day we downloaded ‘Pokemon Go’ we just followed the pokemon stop right away. Luckily, our home is in the heart of city and near Songkhla landmarks so we don’t have to go far away from home, there are plenty of Pokemon stop nearby. The fisrt stop is at the temple just in front of our home. That day we travelled around Songkhla.thanks to the game, it dragged us out of the house! Lol.

Okay let’s me help you take a photo

One of the Pokemon stop that I’ve been always take it for granted

Another totem

Locals who never taken photo with this landmark

She tried to find a pokemon

we’ve got a blast!

it was such a great day!

สวัสดีปีใหม่ ไปนิทรรศการศิลป์แผ่นดินครั้งที่ ๕ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต

 
ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ผ่านมา
เป็นวัฏจักรของกาลเวลา
 
เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม 50 อาตู่มารับที่หอ
สวัสดีอาตู่ อาเสริฐ และแหนะ
ถึงบ้านอาตู่ ก็สวัสดีอาเปิ้ล
 
ตอนบ่าย อ่านวิชาปรัชญาทั่วไปอย่างอดทน
ที่จริงมันสนุกนะ แต่เราดันง่วงนอนไง
 
ตกเย็นไปกินอาหารที่เอ็มเคแบบครอบครัว (ที่ขาดพ่อ แม่ และน้อง)
แต่เสียดายที่เดี๋ยวนี้กระเพาะอาหารเล็กลง
เนื่องจากโรคกลัวอ้วนรุมเร้า เลยกินได้ไม่เยอะอย่างใจคิด
 
ตอนก่อนเที่ยงคืน วุ่นวายกับการรับ-ส่ง SMS เรื่อยไปจนถึงตี 1 กว่า
สงสารแหนะที่ต้องมานั่งฟังเสียงSMSโหวกเหวกกลางดึก
 
ตื่นเช้าในวันที่อากาศเย็นยะเยือกเพื่อไปตักบาตรแถวสระน้ำในหมู่บ้าน
ลมหนาวพัดโชยมาจากสระ ขณะที่เรารอพระร่วมครึ่งชั่วโมง
ทรมาณกับความหนาวเย็น แต่สะใจดี และรู้สึกดีที่ได้ตักบาตรเอาฤกษ์เอามงคลตั้งแต่เช้าของต้นปี
 
จากนั้นเรา(และแหนะ อาเสริฐ อาตู่ อาเปิ้ล)ก็เดินทางไปพระที่นั่งอนันตสมาคมพร้อมพี่นุ่นและป้าอ๋อยในชุดนิสิตจุฬาฯ
เนื่องจากราคาจะลดครึ่งหนึ่ง คือ 50 จาก 100 บาท
 
นี่ไงถึงแล้ว ตรงลานหน้าพระบรมรูปทรงม้าที่เราเคยมาถวายบังคมเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม
แต่จุดหมายปลายทางของเราอยู่ข้างหลังโน่น พระที่นั่งอนันตสมาคม
ก่อนมาก็ไม่รู้อะไรมากหรอก รู้เพียงว่าข้างในมีนิทรรศการอะไรบางอย่าง
และที่สำคัญต้องแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงต้องสวมกระโปรงเท่านั้น
คนไม่รู้กฎข้อนี้เยอะเลย เลยต้องเสียเงินค่าสะโหร่งผืนละ 40 บาท
นุ่งทับกางเกงขายาวที่โผล่ออกมานั่นแหละ บางคนก็นุ่งไม่เป็น มันดูย้วย ๆ ยังไงไม่ทราบ
ตลกดี
 
นิทรรศการที่จัดขึ้นชื่อว่า "ศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่๕"
เป็นนิทรรศการผลงานโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา
จัดขึ้นเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชมบัติครบ ๖๐ ปี
และในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
 
โอ.. ตอนแรกก็ไม่ได้ตระหนักหรอกนะ ว่านิทรรศการนี้จะเป็นอย่างไร
รู้แค่ว่าอยากจะลองมีโอกาสสักครั้งหนึ่งที่จะได้เข้ามาในพระราชวังที่ในหลวงออกมาโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนในวันพ่อ
และอยากชื่นชมกับความสวยงามของพระราชวังที่มีจิตรกรรมบนโดมเกี่ยวกับการเลิกทาสในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
วันนี้คนยอะแยะมากมายจริง ๆ
เมื่อเข้าไปแล้วก็ โอ้โห… รู้สึกคุ้มค่าที่ได้มาจริง
ผลงานแรกที่เเห็นคือ บุษบกจตุรมุขพิมาน (ไม่มั่นใจชื่อ เพราะลืมโบชัวร์ไว้กับอา)
เป็นบุษบกที่ประดิษฐานตราพระลัญจกรณ์ของทุกรัชกาล
บุษบกแกะสลักจากไม้ ๓ ชนิด คือ สัก อุโลก และอีกอย่างที่จำไม่ได้
เป็นผลงานประณีตวิจิตร มีพื้นหลังเป็นสีเขียวมรกตแซมตามช่องว่าง
มารู้จากstaffบรรยายว่านั่นคือ ปีกแมลงทับ โอ..ช่างงามนัก และเราจะได้พบกับปีกแมลงทับมากมายในงานนี้
 
เดินไปตรงโถงก็จะพบกับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองสีทองอร่าม ประดับเพชร พลอย ปีกแมลงทับอย่างวิจิตรอีก
สวยมากจริง ๆ โดยเฉพาะหัวหงส์ และพู่ห้อยนั้น
ในโถงนี้ยักมีสัปคับอีก ๒ อัน(รึป่าว ไม่ทราบลักษณนาม) สลักอย่างวิจิตรอีกเช่นกัน
เดินไปอีกก็พบ พระราชยานชนิดหนึ่งที่เราจำชื่อไม่ได้ ให้ตายเถอะ!
แต่มันสวยมาก มันคล้ายบุษบกที่อยู่บนเรือสุพรรณหงส์ ประดับเพชร พลอย และปีกแมลงทับอีก
การดูศิลปกรรมแบบนี้ ทำให้เรารู้สึกขอบคุณที่ได้เรียนวรรณดีไทยมา เช่น รามเกียรติ์
ทำให้เราดูงานอย่างสนุก เที่ยวค้นหา ครุฑยุดนาค เทพยดาประนมกร ช่อฟ้า ใบระกา
 
มีแกะสลักไม้เป็นตำนาน "แก้วเก้าประการ" สวยงามอีกแล้ว
แกะจากไม้สัก มีพี่ staff บรรยายการแกะสลักและตำนานที่ว่า
สนุกดี ได้ความรู้
นอกจากนั้น ยังมี "ห้องปีกแมลงทับ" แมลงทับนี่ไม่ได้มีแต่สีเขียวนะ ยังมีสีม่วง สีแสด และสีอื่นอีกประมาณ 6 สีเห็นจะได้
ห้องแมลงทับที่ว่า มันก็คือ นาฬิกาประดับปีกแมลงทับสีต่าง ๆ แกะสลักลวดลายด้วยทอง ตั้งบนโต๊ะ
เงยหน้าไปจะเห็นโคมไฟระย้ารูปพญานาค ๙ หัว บนยอดเป็นหงส์ ตัวพญานาคและหงส์ทำด้วยปีกแมลงทับ
ตรงกำแพงห้องมีผ้าสานย่านลิเพา(หรือเภา ไม่ทราบ)
 
เดินไปอีกก็จะมี เรือสำเภาพระมหาชนก และเรือสำเภาลำใหญ่อีกลำจำชื่อไม่ได้ มีสัปคับ
บุษบกมาลา(ซึ่งเป็นโลโก้ของงาน) ตรงที่ตั้งของบุษบกมาลานี่แหละ อยู่ตรงหน้าระเบียงที่ในหลวงทรงโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนยังไงล่ะ
เราก็ไปดูตรงระเบียงนั้นมา เขาไม่ได้เปิดระเบียงให้หรอกนะ ชะโงกเอา แต่แค่นั้นเราก็ปลื้ม คนไปดูกันเพียบเลย
 
มีพระพุทธบาทสลักลวดลายทอง โต๊ะจัดเลี้ยงเหมือนวันที่ต้อนรับพระราชาและราชินีทั่วโลกในวันเฉลิมฉลองครบรอบ ๖๐ ปีน่ะ
หรูหรา สวยงาม บนโต๊ะก็จะมีแก้วดื่มไวน์หลายขนาดมีลวดลายตรงขอบแก้วและก้านจับ จาน ช้อน ส้อมก็เป็นลวดลายแกะสลักสีทอง
บนโต๊ะมีตุ๊กตาศิลปกรรมไทยประดับ เช่น ตุ๊กตากินรี ตุ๊กตาเด็กหัวจุกในอิริยาบถต่าง ๆ ตุ๊กตานายพรานจับกินรี ตุ๊กตาหงส์ทอง ตุ๊กตาไก่เงิน
และที่ชอบมากคือ แผ่นเมนูอาหาร ซึ่งฉลุเป็นลายดอกไม้แบบไทย ๆ น่ะ สวยมาก
 
เดินไปอีกจะมีของที่ตระกูลรวย ๆ เป็นเจ้าของ เช่น เครื่องสานประดับเพชรทอง ผ้าปักไหมน้อย(ปักไหมเป็นรูป เช่น นางในวรรณคดี ป่าหิมพานต์)
ผ้าไหมปักเลื่อม เครื่องถมลายวิจิตร มีด กริช เชี่ยนหมากฉลุลาย โอยยย..เยอะแยะ จำไม่ได้
 
ลงมาข้างล่างจะพบกับผลงานที่ผ่านการประกวด ปักไหมน้อย ประเภทต่าง ๆ
ไหมน้อย จะเป็นไหมที่เส้นเล็กมาก และปักยากมาก
ผลงานส่วนใหญ่จะเป็นของคนจากจังหวัดปัตตานี และนราธิวาส
สวยงามมาก คือ แทนที่มันจะเป็นภาพจิตรกรรมที่ใช้สีระบาย กลับใชไหมปีกแทน คิดดูก็แล้วกันว่ามันเกิดจากความประณีตอุตสาหะเพียงใด
การประกวดมีหลายประเภท ทั้งภาพวิว ภาพนางในวรรณคดี ภาพสัตว์ ภาพดอกไม้ เป็นต้น
เชื่นชมทุกภาพจนตาล้าไปหมด
เดินออกมาก็จะพบผ้าไหมแบบต่าง ๆ สวยงามมาก
 
ในที่สุดก็ออกมา ก่อนออกก็จะเจอซุ้มขายของที่ระลึกจากโรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดานั่นแหละ
เราก็ได้พัดรูปบุษบกมาลามา จะเอาไปฝากน้อง (ก็มันถูกสุดแล้ว ฮาๆ)
นอกนั้นก็มี ตุ๊กตาหัวจุกเซรามิก โปสการ์ด เสื้อ กระเป๋าปักไหมน้อย แสตมป์ แก้วสกรีนลายเด็กหัวจุก
 
โอ…งานนี้ทำเอาเราตื่นตาตื่นใจ และภูมิใจกับศิลปกรรมไทยมาก
ผลงานทุกชิ้นก็ล้วนมาจากคนในโรงฝึกสวนจิตรฯนั่นแหละ
ล้วนแต่งดงามประณีต งานส่วนใหญ่ก็จะประกอบด้วยการแกะสลักไม้ ทอง ประดีบเพชรพลอยจนแสบตา อูววว์
และใครที่เรียนอักษรฯแบบเราก็คงจะซาบซึ้งกับการดูมาก เพราะสามารถใช้ความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใด้
พวกเด็กถาปัดก็คงซาบซึ้งเหมือนกัน เรียนเหมือนกันนี่เนาะ
แต่เราว่าคนไทยทุกคนนั่นแหละที่ซาบซึ้ง เราเดินผ่านคนหลายคน ทุกคนต่างพากันอุทานด้วยความทึ่งในความสวยงาม
ฝรั่งก็มาดูตั้งเยอะแน่ะ รวมทั้งคนเอเชียด้วย อ้าปากค้างกันไปเลยทีเดียว
เราล่ะภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย และดีใจที่ได้มีโอกาสได้ชื่นชมศิลปกรรมไทยที่วิจิตรจนตื้นตันใจเช่นนี้
ต้องขอบคุณแหนะที่แนะนำมา
 
อ้อ! นอกจากผลงานในพระที่นั่งจะสวยแล้ว
เราก็ไม่ลืมที่จะดูชมไปรอบ ๆ วัง ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง
โดยเฉพาะด้านบน มีจิตรกรรมบนโดท ที่เคยเห็นแต่ในหนังสือหรือทีวี
วันนี้มาเห็นของจริงแล้ว
แม้แต่ข้างนอกวังก็สวยงามในแบบตะวันตก อืม สวย ยิ่งใหญ่ งดงามจริง ๆ
 
ใครบังเอิญผ่านมาอ่านก็ไปกันได้นะ (ว่าแต่ใครจะมาอ่านบ้าง)
งานนี้มีถึง 13 มกราคม 51 นะเจ้าคะ
ตั้งแต่สิบโมงเช้า ถึง หกโมงเย็นจ้า
 
ปล. เค้าไม่ให้ถ่ายรูปผลงานในวังนะ แต่ถ่ายนอกวังได้จ้า