Unwrap a parcel from MSJ

วันนี้ตื่นสายละ กว่าจะอาบน้ำอะไรเสร็จก็เกือบเที่ยงครึ่ง กำลังจะเดินไปกินข้าว เห็นกล่องพัสดุสีน้ำตาลวางอยู่บน a day bulletin ก็ชะโงกไปดูว่าใช่ของเรารึป่าว

1. กล่องพัสดุสีน้ำตาลจากมดจ้า

 กรี๊ดดดด ของเราจริง ๆ ด้วย มดส่งมาให้ กรี๊ดในใจด้วยความตื่นเต้นว่ามันคืออะไรหนอ ชอบการห่อกล่องด้วยกระดาษสีน้ำตาล ชอบไปถึงเชือกป่านสีม่วงเลย น่ารักที่สุด

2. แกะกล่อง

ตอนแรก ๆ ก็บรรจงแกะเชือกสีม่วงและห่อสีน้ำตาลอย่างดี แต่ทำไปทำมา อ่อนโยนมิได้ละ เดี๋ยวแกะไม่ออก แกะห่อได้ก็เจอกล่องสีน้ำตาลอ่อน ฝากล่องเหนียวทีเดียว แงะออกมาได้ ก็กรี๊ดเบา ๆ ในใจ อร๊ายยย รักการที่มดเอากล่องไปรษณีย์เก่ามากลับด้านมาก คือมันต้องใช้ความพยายามในการกลับนะ โห ชื่นชมมาก อีกอย่างมดเพิ่มความตื่นเต้นด้วยการเอากระดาษขยำ ๆ มาบังไว้ 3 ก้อนด้วย อิๆ

3. แถ่นแท้นนนน

ในที่สุดก็เจอของที่มดส่งมาให้ มันคือสำรับไพ่ลายกู้กง (พระราชวังปักกิ่ง หรือ พระราชวังต้องห้าม) และโปสการ์ด 1 ปึก อู้ววว

4. ห่อโปสการ์ด

เจอของที่เลิฝอีกแล้ว ห่อโปสการ์ด ห่อด้วยกระดาษสีขาว ที่มีรูปและอักษรลายนูนสลักไว้ (ที่จริงกระดาษสีขาว แต่ปรับแสงให้มืดลงเพื่อให้เห็นลายชัดขึ้น) ชอบกระดาษและวิธีการห่อมาก

5. สำรับไพ่กู้กง

สำรับไพ่กู้กง ด้านหลังเป็นลายหยินหยางสีขาวดำ ด้านหน้าเป็นข้อมูลของวัตถุหรือสถานที่ต่าง ๆ ภายในวัง เราอาจจะไม่ใช่คอไพ่ แต่เดี๋ยวจะตามอ่านเรื่องราวของกู้กงบนไพ่นะจ๊ะ

5. โปสการ์ดผีเสื้อ

อันนี้ว้าวมาก ตอนแรกมดบอกว่าจะว่งโปสการ์ดมา เราก็นึกว่าส่งเป็นแผ่นมา 1 แผ่นแล้วเขียนข้อความบนนั้น แบบ…เข้าใจชิปะ แต่โปสการ์ดจากมดคือมาทั้งปึกค่ะ 5555 ขอบคุณมากเลยนะ เราชอบมาก เป็นโปสการ์ดจากสนพ.ผีเสื้อ ชอบมากเลย ขอบคุณนะมด

6.บทสรุป

เราสนุกมากกับการแกะของขวัญของมด ถึงแม้ว่าของจะไม่ใช่สิ่งที่มีมูลค่าทางตัวเลขมากนัก แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจมากเลยจ้ะ แค่เห็นการหีบห่อ เราก็รู้สึกได้ ประทับใจมากเลย ❤

Advertisements

Crab menu

Mom-home-cooking crab menu today:

ไข่ตุ๋นโรยปู

ปูผัดข้าวโพดและมะเขือเทศ


Delicious!!!

Finding sleep spot mission

I like how my cat explore every corner in my house. He always find new place to sleep. Today he sleep on a desk that has a pillow and a pile of books on it. 

explore

sniff

analyze

make a decision

settle

Sleep!

เสื้อเชิร์ตของเธอปลิวไสว

ตอนที่เธอวิ่งบนกำแพงริมทะเลสาบ เสื้อเชิร์ตของเธอปลิวไสว เธอกางแขนออกเหมือนปีกนก ฉันมองแผ่นหลังของเธอ และนึกอิจฉาในความอิสระของเธอ…

ทันใดนั้นนัยน์ตาของฉันก็ร้อนผ่าว มันพร่ามัวนิดหน่อย แต่ฉันต้องรีบกลืนมันเข้าไปตอนที่เธอหันมายิ้มให้ฉัน และฉันก็ยิ้มให้เธอ

The Misunderstanding ความเข้าใจผิด

1960291_10154416574475476_2056691909_n

รูปภาพด้านบนเป็นแผ่นเฉลยวิชาภาษาจีน 1 ซึ่งเราก็วานให้นักศีกษาชาวจีนมาช่วยตรวจข้อสอบ โดยใช้แผ่นเฉลยที่เราทำไว้ให้นี่แหละ

ข้อสอบตอนที่ 1-3 เป็นข้อสอบปรนัยธรรมดา ส่วนตอนที่ 4 เป็นข้อสอบอัตนัย คำสั่งมีอยู่ว่าให้เขียนจำนวนเส้นของอักษรภาษาจีนที่กำหนดให้ เช่น 七 มี 2 เส้น  四 มี 5 เส้น เป็นต้น นับไปตามลำดับขีด

คราวนี้ข้อ 50 โจทย์คืออักษร 谢 ซึ่งมาจากคำว่า 谢谢 ที่แปลว่าขอบคุณ เราจำไม่ได้ว่ามีกี่เส้นก็เลยทดลงไปในแผ่นเฉลย ครั้งแรกนับได้ 12 เส้น เพื่อความมั่นใจจึงทดอีกครั้ง ได้ 12 เส้นเช่นเดิม เฉลยคือ 12 เส้นดังที่เห็นตามภาพ

ทดสองครั้งก็เลยกลายเป็นคำว่า 谢谢 ที่แปลว่าขอบคุณ

พอเอาไปให้นศ.จีนเฉลย เขาก็เขียนตอบกลับมาด้วยปากกาหมึกสีชมพูว่า 不用谢 แปลตรงตัวว่า ไม่ต้องขอบคุณ หรือ ไม่เป็นไร ตามประสาคนไทย

เห็นแล้วก็ขำก๊าก นศ.จีนคิดว่าเราเขียนขอบคุณเอาไว้ คือปกติเราก็มักจะพูดขอบคุณเขาอยู่แล้ว เวลาวานให้ช่วยทำอะไร แต่คราวนี้คือเราไม่ได้ตั้งใจจะเขียนขอบคุณเขา แต่เขาเข้าใจผิด ฮ่าๆๆๆ อืม…ก็ตลกดี บริบทมันได้ แต่ก็ดี ให้เขาเข้าใจผิดไปแบบนั้นแหละ ไม่เป็นไร

 

Complete Thesis

วันนี้เราส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ให้กับบัณฑิตวิทยาลัยแล้ว
ในที่สุด ก็มาถึงจุดนี้จนได้
อยากจะขอบคุณทุกคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรา
และอยากเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน ๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่กับวิทยานิพนธ์ของตัวเองต่อไป

ปะป๋า

จำไม่ได้เลยว่าตัวเองเคยเขียนเรียงความวันพ่อหรือเปล่า

แต่คิดว่าน่าจะเคย อย่างน้อยครูวิชาภาษาไทยต้องสั่งการบ้านทำนองว่าเขียนเรียงความเรื่อง “พ่อของฉัน” แน่ ๆ ส่วนที่จำได้ว่าเคยทำก็คือการ์ดวันพ่อ ทั้งของวิชาภาษาอังกฤษ และวิชาศิลปะ ทำทุกปี

ตอนนี้ก็โตแล้ว ไม่ต้องทำกิจกรรมอะไรแบบนั้นแล้ว แต่ไหน ๆ ก็วันพ่อก็อยากจะเขียนถึงพ่อสักเล็กน้อย ซึ่งเราเรียกพ่อว่าป๋า

ถ้าไม่อยู่บ้าน เรากับป๋าก็ไม่ค่อยได้คุยกัน ส่วนใหญ่จะคุยโทรศัพท์กับแม่มากกว่า ถ้าป๋าโทรมา ส่วนใหญ่ก็จะโทรมาบอกว่าป๋าโอนเงินให้แล้วนะ แล้วถ้าเป็นก่อนหน้านี้ก็จะโทรมาบอกให้เอาใบเกรดส่งไปให้หน่อย (เพื่อเป็นหลักฐานในการขอทุนเรียนดีกับทางสมาคมเกี่ยวกับคนจีนสมาคมหนึ่ง) เรายอมรับว่าสนิทกับแม่มากกว่า แต่ก็ไม่ได้รู้สึกห่างเหินกับป๋า ก็ตามประสาผู้ชายอ่ะ จะให้มาเมาท์มอยอะไร ผู้ชายก็คุยไม่ค่อยเก่งหรอก

ถึงป๋าจะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เราก็รู้ว่าป๋ารักเรา แล้วก็ยังเห็นเราเป็นเด็ก ๆ เสมอ เราอายุยี่สิบกว่าแล้ว แต่ป๋าคงไม่ได้นึก มีหลายครั้งที่ป๋าชอบมาช่วยเราทำเรื่องเล็ก ๆ อย่างเปิดฝาขวดซอส ตัดฝาลังเบียร์ ฉีกพลาสติกห่อน้ำโหล เป็นต้น (ก็ร้านขายของชำเนอะ) ซึ่งเราก็โตแล้วอ่ะ ของแค่นี้เราทำได้ แต่ป๋าก็ชอบมาจัดการทุกที ฮ่าา

ตอนอยู่หอใน เราเคยทำเงินหาย ก็ไม่มากหรอก หลักร้อย แต่เรารู้สึกแย่มาก ๆ ก็โทรไปบอกป๋ากับแม่ ป๋าก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอกลูก นิดเดียว เงินหาใหม่ได้ เวลากินข้าวก็ไม่ต้องขี้เหนียวนะลูก อยากกินอะไรก็กินเลย ป๋าเลี้ยงได้ เราอ่ะ อยากจะร้องไห้ ซึ้งที่สุด

ก็ประมาณนี้แหละ ป๋าของเรา ไม่ต้องบรรยายอะไรมาก พ่อแม่ที่ไหนก็รักลูก เห็นลูกเป็นเด็กวันยังค่ำ และไม่อยากให้ลูกคิดมาก อยากดูแลลูก หาอะไรดี ๆ ให้ลูกกิน อยากให้ลูกมีความสุขที่สุด

สุดท้ายนี้ สุขสันต์วันพ่อนะคะ รักปะป๋ามาก ๆๆๆ คิดถึงพุงของป๋าด้วย อิๆๆ

พี่ดิว

ข่าวดีของเรา และข่าวร้ายของเขา

วันนี้ควรเป็นวันที่แอ้ตื่นเต้นกับการสอบปกป้องวิทยานิพนธ์

แต่….

เมื่อวานตอนเย็น ประมาณบ่ายสี่โมงกว่า แอ้โทรมาหา เราไม่ได้รับสายเพราะกำลังเข้าห้องน้ำอยู่

เราเห็นเบอร์แอ้ก็รู้ว่า ยัยแอ้คงจะเครียดและกังวลกับการสอบที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ล่ะสิ เราก็โทรกลับไป แอ้ไม่รับสาย สักพักแอ้ก็โทรกลับมา

เรา : (เสียงสดใส) “ฮัลโหลววววว ว่าไงจ้ะยัยป้าแอ้ ตื่นเต้นละเซ่”

แอ้ : (เสียงสั่นเครือ) “ดิว… พรุ่งนี้เราไม่ได้สอบแล้วนะ”

เหมือนฟ้าผ่ากลางหัว เปรี้ยง!!!!

เรา : (เสียงร้อนรน) “ฮะ เฮ้ยยยยย อะไรนะ ทำไม เกิดอะไรขึ้น!”

แอ้ : (พูดไปร้องไห้ไป) “คณะกรรมการพิจารณาแล้วว่างานเราไม่น่าจะผ่าน ควรยกเลิกการสอบ…”

เราไม่รู้จะรู้สึกยังไงเลย ทั้งงง สับสน โมโห สงสาร และเสียศูนย์

เรากับแอ้อุตส่าห์คิดเอาไว้อย่างดีว่าเราจะต้องจบด้วยกันเทอมนี้นะ

เราต้องช่วยเหลือกันให้จบให้ได้ จะได้ไปหางานทำแล้ว

เรากับแอ้ฝ่าฟันมาด้วยกัน ทำอะไรก็ปรึกษากันตลอด

กระบวนการต่าง ๆ ในการทำวิทยานิพนธ์ก็ทำด้วยกัน บอกกันตลอด

แล้วนี่อะไร คนนึงจะได้ไปต่อ แต่อีกคนนึงจะต้องหยุดอยู่ที่เดิมเหรอ

ให้พูดกันจริง ๆ แล้ว แอ้ขยันและมุ่งมั่นกว่าเรานะ

มีงานอะไรต้องแก้ก็ทำเสร็จก่อนเสมอ

กระทั่งร่างวิทยานิพนธ์ที่ส่งคณะกรรมการก็เสร็จก่อนเรา แถมยังมีเวลามาช่วยเราอีก

แล้วทำไมมันเป็นอย่างนี้

รายละเอียดที่ดราม่าไม่อยากพูดถึง…

แค่อยากบอกว่า

เสียใจมาก เสียใจแทนแอ้มาก ๆ

วันสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ถึงกับนั่งBTSผิดไปอุดมสุข

เทอมนี้เรากับแอ้ตั้งใจกันมากว่าเราจะต้องจบ ต้องทำวิทยานิพนธ์ให้สำเร็จ เราสองคนก็เลยฟันฝ่าด้วยกัน มีอะไรช่วยเหลือกันตลอด

เมื่อวาน วันที่อังคาร 18 พฤศจิกายน 2557 เราสอบปกป้องวิทยานิพนธ์มา ส่วนแอ้มีกำหนดการสอบวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2557

ก่อนสอบเราก็กังวลต่าง ๆ นานา ตอนทำรูปเล่มส่งคณะกรรมการนั้นรีบมาก ทำให้มีการพิมพ์ตก ผิมพ์ผิดเยอะมาก แปลผิดก็มี ที่เร่งนั้นเนื่องจากต้องเพิ่มเติมบททบทวนวรรณกรรมลงไป ตอนแรกเราเอาส่วนนี้ไปไว้บทที่ 1 ในหัวข้อเอกสารที่เกี่ยวข้อง แต่อาจารย์แนะนำว่าต้องมีก็เลยต้องมานั่งเรียบเรียงใหม่ เสียเวลาไปอีก ทำให้ตอนแปลวิทยานิพนธ์เป็นภาษาจีนต้องเร่งทำมากถึงขนาดต้องขอให้แพ็ตตี้และแอ้ช่วยแปล แอ้นั้นทำเสร็จและส่งไปก่อน ตามเวลาที่กำหนด (7 พ.ย. 57) ส่วนเราส่งช้ากว่ากำหนดไปสองวัน ทำให้มีเวลามาช่วยเราทำได้ เราซาบซึ้งมาก ๆ

เรารู้สึกผิดมากที่งานออกมาไม่ค่อยดี ตัวเราเองอ่านเองยังเจอจุดผิดขนาดนั้น แล้วคณะกรรมการล่ะ เค้ามีตั้ง 5 คน เค้าต้องเห็นความผิดของเราเยอะกว่านี้อีก เครียดมาก กลัวโดนว่าแล้วจะร้องไห้ เพราะเราเป็นคนหัวอ่อน รับแรงกดดันไม่ค่อยได้ ขี้กลัวมาก ๆ ด้วย เราก็เลยโทรไปปรึกษานัทบ่อย ๆ ซึ่งนัทก็ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ให้กำลังใจ และตอบไปตามความเป็นจริง ไม่ได้พูดให้เราสบายใจแต่โกหก นัทกับพี่แอมส่ง presentation มาให้ดูเป็นตัวอย่าง และแนะนำว่าตอนรายงานไม่ต้องละเอียดมาก ยิ่งเร็วยิ่งดี จริง ๆ อาจารย์ก็แจ้งมาแล้วว่าเวลาพรีเซนต์งานให้ 20 นาทีนะ

ปรากฎว่าเราทำ presentation ไปประมาณ 50 สไลด์ ซ้อมอ่านไป 3-4 ครั้ง แบบเร็ว ๆ ไฟแลบก็ยังเกิน 20 นาที แต่ไม่เป็นไร เกินไปไม่มาก

วันสอบจริง ตื่นเต้นและกลัวมากที่สุด เครียดมากที่สุดในชีวิต ตอนสอบเอ็นทรานซ์ไม่เครียดเท่านี้เลย เราไปแต่เช้า แต่เราสอบบ่ายโมง ช่วงเช้าคนที่สอบคือพี่เปิ้ล เป็นรุ่นน้องป.โท แต่อายุมากกว่า เจอพี่เปิ้ลที่โรงอาหารเลยได้คุยกัน พี่เปิ้ลก็มีที่พิมพ์ผิดเหมือนกัน เร่งทำเหมือนกัน เราก็เลยสบายใจหน่อยว่าอย่างน้อยไม่ใช่เราคนเดียวนะ

เกือบเที่ยง เจออาจารย์เก๋และอ.ศันสนีย์ทานข้าวกันอยู่ เราก็ไปทัก อาจารย์แนะนำให้เรามีสติและนิ่ง ๆ ไว้ อย่าลนลานเวลาเจอคำถามอะไร แต่อาจารย์เห็นสีหน้าอันซูบซีดเหมือนหมูที่กำลังจะขึ้นเขียงก็หนักใจแทนเรา

ถึงเวลาแล้ว เราไปห้อง 814 ตึก MCS เจอพี่อาร์ตี้ในห้องนั้น เค้ามารอให้อาจารย์ประพิณเซ็นต์ชื่อลงในวิทยานิพนธ์เพื่อที่จะส่งให้กับบัณฑิตวิทยาลัย ก็ดี มีเพื่อนนั่งด้วย ลดความกดดัน คณะกรรการคนแรกที่มาคืออาจารย์หู อาจารย์ชาวจีน เข้ามาเราก็ทักทาย เค้าก็ยิ้มทักทายดี ได้ยินมาว่าเค้าใจดี แต่ท่านั่งของเค้าคือนั่งกุมขมับ เราก็เลยแบบ…เหย งานเรามันน่าหนักใจขนาดนั้นเลยใช่มั้ย …รอมาจนครบทุกคน พี่อาร์ตี้ไปแล้ว เราเริ่มรายงาน ด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ เท่าที่เราจะแลบได้

รายงานจบอาจารย์ประพิณกัยอาจารย์หูชมว่ารายงานรวดเร็ว คล่องแคล่วดี กรี๊ดดดดดด กรี๊ดในใจไปสองครั้ง อย่างน้อยก็เริ่มต้นได้สวยล่ะ รู้สึกขอบคุณนัทมากที่แนะนำมา

มาถึงเวลาที่ตื่นเต้นไปอีก คืออาจารย์ทุกคนคอมเมนต์งาน….ในข้างในนี่เต้นตึกตักๆๆๆๆๆ เป็นกลองรัว ผลปรากฏว่าไม่มีใครเสียงดัง ไม่มีใครดุ คนที่เสียงแข็งที่สุดคืออ.ชัญญพร แต่ก็เป็นเสียงปกติของอาจารย์เวลาอาจารย์เค้าจริงจัง แล้วเราก็รู้สึกว่าเค้าดูงานให้เราละเอียดมาก ถึงกับไปหา reference ให้เราด้วยในบางจุด เราชื่นชมอาจารย์มากตรงจุดนี้ แต่ว่ายังไม่ได้ไปบอกเป็นการส่วนตัวเลย เดี๋ยวจัดการทุกอย่างเสร็จคงต้องเขียนจดหมายไปบอกกล่าวบ้าง อาจารย์จะได้มีกำลังใจ

อาจารย์หูก็มีข้อแนะนำที่ดี ดูตรงคำผิดให้อย่างดี ส่วนอาจารย์สุรีย์มีข้อสงสัยบางอย่างที่ อืม เราครุ่นคิดแล้วก็ปวดหัวเหมือนกัน เนื่องจากตอบยาก เรื่องภาษาบางทีมันก็ละเอียดอ่อนมากในการใช้ศัพท์เฉพาะ ซึ่งเราเองไม่ได้เรียนทางด้านภาษาศาสตร์โดยตรง ก็อาจจะมีความรู้ที่ไม่ดีพอ ความคิดส่วนใหญ่ก็ปิ๊งมาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึงในบททบทวนวรรณกรรม ส่วนที่ปรึกษาเราไม่ค่อยมีอะไรคอมเมนต์อยู่แล้ว เพราะดูงานเราจนเปื่อยละ สุดท้ายอาจารย์ประพิณคอมเมนต์ ส่วนใหญ่อาจารย์จะดูการใช้ภาษาและการอ้างอิง อาจารย์ประพิณน่ารักมาก แนะนำแบบผู้ใหญ่พูดกับเด็ก พูดจาเอ็นดู ซึ่งเราประทับใจและประหลาดใจมาก เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าอาจารย์ประพิณนั้นละเอียดและเข้มงวด ซึ่งต้องมีดุบ้างตามประสา แต่อาจารย์ไม่ได้ดุเราเลย แถมยังถามว่าเราทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้สนุกมั้ย น่าสนุกนะ มีคำเลียนเสียงเยอะแยะเลย

สรุปคือสิ่งที่เราจินตนาการนั้นคือฝันร้ายผีบ้าซาตาน แต่เรื่องจริงคือสวรรค์ รู้สึกโชคดีมากเลย และซาบซึ้งในคณะกรรมการทุกคนที่อดทนดูงานของเราให้

สรุปผลสอบก็คือผ่านในระดับดี …. ตอนแรกหวังเอาไว้ว่าพอใช้ก็พอ เพราะคิดว่าตัวเองพิมพ์ผิดเยอะ อยากจะกราบคณะกรรมการทุกท่านงาม ๆ ซาบซึ้งในความเมตตากรุณามาก ๆ ค่ะ

สอบเสร็จก็ไปรายงานผลกับแอ้ แอ้ก็ยินดีด้วย ส่วนเราก็เตือนให้แอ้พรีเซนต์งานเร็ว ๆ ไม่ต้องเยอะ จะได้เป็นการเร่ิมต้นสอบที่ดี แอ้ก็โอเค ๆ

ตอนกลับบ้านก็เกือบห้าโมงแล้ว ที่ลาดพร้าวรถติดแน่นอน อยากขึ้นเรือกลับบ้านนะ แต่กระเป๋าหนักมาก ต้องแบกร่างวิทยานิพนธ์ 5 เล่มกลับบ้าน เล่มนึงก็กระดาษ A4 180 กว่าหน้าอ่ะ เดินไปไม่ไหว เลยขึ้นรถไฟฟ้าก็ได้วะ เดินไปอย่างใจลอยถึงเรื่องวันนี้และคิดว่าจะแก้งานยังไงดีหนอ มีประเด็นให้ครุ่นคิดเยอะแยะเลย นั่งไปนานแล้วทำไมไม่ถึงหมอชิตสักที … เงยหน้าไปดู ไอ้บ้าาาาาา สถานีอุดมสุข เลวร้ายมาก โทรไปบอกแมมมิ เพราะเมื่อก่อนแมมมิอยู่แถวนั้น แมมมิก็ฮา ตอนนั้นเวลาก็ปาไปห้าโมงครึ่ง โอ้โห รถติดแน่นอน ก็เลยโทรหาติ้วดีกว่า ไปกินข้าวเย็นกันหนีรถติด เรากับติ้วเลยกินไก่ Bonchon กันที่สีลมคอมเพล็กซ์

สรุปวันสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ก็จบลงอย่าง Happy Ending เย่ๆๆๆๆๆ

Apply for graduation

ฉันทำเรื่องขอสำเร็จการศึกษาแล้ว

เมื่อกี้นี้เอง

ตื่นเต้นอ่ะ จะจบแล้ว ขอให้ลุล่วงด้วยดี