หน่อแห่งความใฝ่รู้

ตอนนี้เราคิดว่าตัวเองอยากเป็นครูหรืออาจารย์สอนภาษาจีน

ตอนแรกที่เรียนปริญญาโทกะว่าจะเป็นอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้ความคิดก็เริ่มเปลี่ยนไป เป็นครูในระดับมัธยมก็ได้

วันหนึ่งนัทเล่าเรื่องประสบการณ์สอนของนัทให้ฟัง นัทสอนนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในจังหวัดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นักเรียนคนหนึ่งถามนัทว่า “อาจารย์ว่างมากหรือครับที่ออกควิซมาให้ทำบ่อย ๆ” เราฟังแล้วก็อึ้งนะว่านี่เป็นคำถามของเด็กที่เรียนระดับอุดมศึกษาหรือ อย่างแรกมันแสดงให้เห็นว่าเขาขี้เกียจ อย่างที่สองแสดงให้เห็นว่าเขาพูดอะไรไม่คิด อย่างที่สามแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใฝ่เรียนเลย อย่างที่สี่ที่ร้ายแรงมากคือเค้าไม่รู้วิธีการเรียน และไม่รู้เป้าหมายของการเรียนเลย … เขาผ่านวัยมัธยมมาได้อย่างไร

แต่นัทบอกว่านักเรียนคนนี้เป็นส่วนน้อยของห้องนะ นักเรียนที่ขี้เกียจและเอาแต่บ่น

บางคนก็บ่นว่ากลัวจะได้คะแนนไม่ดี กลัวจะอ่านหนังสือไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่บางควิซไม่ได้เก็บคะแนนเสียด้วยซ้ำ แล้วการอ่านก่อนควิซมันก็แค่การอ่านทบทวนเรื่องที่เรียนไปแล้วไม่ใช่หรือ มันคงไม่ต้องใช้เวลามากมายอะไรกระมัง

เราคิดว่านักเรียนหลาย ๆ คนไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองมาเรียนทำไม เรียนเพื่ออะไร เป้าหมายของการเรียนคืออะไร ถ้าหากพวกเขาเข้าใจเรื่องนี้ มันจะไม่มีคำพูดทำนองนี้ออกมา

เราเป็นเด็กคนหนึ่งที่เรียนดีมาตลอด แต่เราไม่ค่อยอ่านหนังสือ เพราะขี้เกียจ ดังนั้นเวลาเรียนในห้องก็เลยตั้งใจมาก เพราะขี้เกียจอ่านหนังสือเอง แล้วเราก็เข้าใจว่าเรามาเรียนทำไม

พอเห็นนักศึกษาของนัทเป็นแบบนี้ เราก็เกิดความฮึกเหิมในใจว่า ถ้าได้สอนเด็กตั้งแต่ระดับมัธยม เราก็อยากที่จะสอนวิชาภาษาจีนให้เขา และอยากปลูกหน่อแห่งความใฝ่รู้ไว้ในตัวเขาด้วย เราไม่เชื่อว่ามีเด็กที่โง่มาก ๆ จนเรียนอะไรไม่เข้าหัวเลย เราเชื่อว่าเด็กพวกนั้นเค้ามีกำแพงที่เขียนว่า “ยากอ่ะ เรียนไม่รู้เรื่อง” เขาไม่เปิดใจ และไม่รุ้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมานั่งในห้องเรียนทำไม

แต่ในเมื่อมานั่งเรียนแล้ว เราก็อยากให้เขาสนุกกับการเรียน เราอาจจะไม่ใช่คนตลกโปกฮา แต่เราพบว่าตัวเราเองไม่ได้ชอบครูที่ตลกโปกฮา แต่หาสาระอะไรมิได้ เราชอบครูที่สอนอย่างเป็นระบบ ดำเนินการสอนด้วยความเร็วที่พอดี สอนแล้วเราเข้าใจมากกว่า แต่ก่อนที่จะมาคิดได้ในขั้นนี้ เราต้องมีหน่อแห่งความใฝ่รู้และเข้าใจเสียก่อนว่าการเรียนคืออะไร

เรามาเรียนก็เพื่อรู้ ไม่ใช่เรียนเพื่อเอาคะแนน ถ้าเราเรียนรู้เรื่อง แล้วคะแนนจะหนีเราไปไหน จริงมั้ย

แต่การจะปลูกหน่อแห่งความใฝ่รู้นั้น อาจจะยากกว่าการถ่ายทอดวิชาเสียอีก เราต้องค่อย ๆ ขุดหลุม ฝังเมล็ด กลบดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ให้แดดที่พอดี เราหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ เวลาที่เราจะต้องสอน เราจะมีจิตใจที่มุ่งมั่น และไฟแห่งความหวังที่ลุกโชนอยู่เสมอ เราจะไม่หวั่นต่อกระแสลมแห่งความท้อ และกระแสน้ำแห่งอุปสรรคที่พยายามมาดับไฟฝัน ก็หวังว่าจะทำได้ไม่มากก็น้อย.

Advertisements

About liwan11

I'm ARTS / Chinese major/ Sunshine give me energy / Raining is my stage chorus / Books and movie take me to another world / Beautiful photos and good music relief my stress / Drawing is what I like ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: