วันสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ถึงกับนั่งBTSผิดไปอุดมสุข

เทอมนี้เรากับแอ้ตั้งใจกันมากว่าเราจะต้องจบ ต้องทำวิทยานิพนธ์ให้สำเร็จ เราสองคนก็เลยฟันฝ่าด้วยกัน มีอะไรช่วยเหลือกันตลอด

เมื่อวาน วันที่อังคาร 18 พฤศจิกายน 2557 เราสอบปกป้องวิทยานิพนธ์มา ส่วนแอ้มีกำหนดการสอบวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2557

ก่อนสอบเราก็กังวลต่าง ๆ นานา ตอนทำรูปเล่มส่งคณะกรรมการนั้นรีบมาก ทำให้มีการพิมพ์ตก ผิมพ์ผิดเยอะมาก แปลผิดก็มี ที่เร่งนั้นเนื่องจากต้องเพิ่มเติมบททบทวนวรรณกรรมลงไป ตอนแรกเราเอาส่วนนี้ไปไว้บทที่ 1 ในหัวข้อเอกสารที่เกี่ยวข้อง แต่อาจารย์แนะนำว่าต้องมีก็เลยต้องมานั่งเรียบเรียงใหม่ เสียเวลาไปอีก ทำให้ตอนแปลวิทยานิพนธ์เป็นภาษาจีนต้องเร่งทำมากถึงขนาดต้องขอให้แพ็ตตี้และแอ้ช่วยแปล แอ้นั้นทำเสร็จและส่งไปก่อน ตามเวลาที่กำหนด (7 พ.ย. 57) ส่วนเราส่งช้ากว่ากำหนดไปสองวัน ทำให้มีเวลามาช่วยเราทำได้ เราซาบซึ้งมาก ๆ

เรารู้สึกผิดมากที่งานออกมาไม่ค่อยดี ตัวเราเองอ่านเองยังเจอจุดผิดขนาดนั้น แล้วคณะกรรมการล่ะ เค้ามีตั้ง 5 คน เค้าต้องเห็นความผิดของเราเยอะกว่านี้อีก เครียดมาก กลัวโดนว่าแล้วจะร้องไห้ เพราะเราเป็นคนหัวอ่อน รับแรงกดดันไม่ค่อยได้ ขี้กลัวมาก ๆ ด้วย เราก็เลยโทรไปปรึกษานัทบ่อย ๆ ซึ่งนัทก็ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ให้กำลังใจ และตอบไปตามความเป็นจริง ไม่ได้พูดให้เราสบายใจแต่โกหก นัทกับพี่แอมส่ง presentation มาให้ดูเป็นตัวอย่าง และแนะนำว่าตอนรายงานไม่ต้องละเอียดมาก ยิ่งเร็วยิ่งดี จริง ๆ อาจารย์ก็แจ้งมาแล้วว่าเวลาพรีเซนต์งานให้ 20 นาทีนะ

ปรากฎว่าเราทำ presentation ไปประมาณ 50 สไลด์ ซ้อมอ่านไป 3-4 ครั้ง แบบเร็ว ๆ ไฟแลบก็ยังเกิน 20 นาที แต่ไม่เป็นไร เกินไปไม่มาก

วันสอบจริง ตื่นเต้นและกลัวมากที่สุด เครียดมากที่สุดในชีวิต ตอนสอบเอ็นทรานซ์ไม่เครียดเท่านี้เลย เราไปแต่เช้า แต่เราสอบบ่ายโมง ช่วงเช้าคนที่สอบคือพี่เปิ้ล เป็นรุ่นน้องป.โท แต่อายุมากกว่า เจอพี่เปิ้ลที่โรงอาหารเลยได้คุยกัน พี่เปิ้ลก็มีที่พิมพ์ผิดเหมือนกัน เร่งทำเหมือนกัน เราก็เลยสบายใจหน่อยว่าอย่างน้อยไม่ใช่เราคนเดียวนะ

เกือบเที่ยง เจออาจารย์เก๋และอ.ศันสนีย์ทานข้าวกันอยู่ เราก็ไปทัก อาจารย์แนะนำให้เรามีสติและนิ่ง ๆ ไว้ อย่าลนลานเวลาเจอคำถามอะไร แต่อาจารย์เห็นสีหน้าอันซูบซีดเหมือนหมูที่กำลังจะขึ้นเขียงก็หนักใจแทนเรา

ถึงเวลาแล้ว เราไปห้อง 814 ตึก MCS เจอพี่อาร์ตี้ในห้องนั้น เค้ามารอให้อาจารย์ประพิณเซ็นต์ชื่อลงในวิทยานิพนธ์เพื่อที่จะส่งให้กับบัณฑิตวิทยาลัย ก็ดี มีเพื่อนนั่งด้วย ลดความกดดัน คณะกรรการคนแรกที่มาคืออาจารย์หู อาจารย์ชาวจีน เข้ามาเราก็ทักทาย เค้าก็ยิ้มทักทายดี ได้ยินมาว่าเค้าใจดี แต่ท่านั่งของเค้าคือนั่งกุมขมับ เราก็เลยแบบ…เหย งานเรามันน่าหนักใจขนาดนั้นเลยใช่มั้ย …รอมาจนครบทุกคน พี่อาร์ตี้ไปแล้ว เราเริ่มรายงาน ด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ เท่าที่เราจะแลบได้

รายงานจบอาจารย์ประพิณกัยอาจารย์หูชมว่ารายงานรวดเร็ว คล่องแคล่วดี กรี๊ดดดดดด กรี๊ดในใจไปสองครั้ง อย่างน้อยก็เริ่มต้นได้สวยล่ะ รู้สึกขอบคุณนัทมากที่แนะนำมา

มาถึงเวลาที่ตื่นเต้นไปอีก คืออาจารย์ทุกคนคอมเมนต์งาน….ในข้างในนี่เต้นตึกตักๆๆๆๆๆ เป็นกลองรัว ผลปรากฏว่าไม่มีใครเสียงดัง ไม่มีใครดุ คนที่เสียงแข็งที่สุดคืออ.ชัญญพร แต่ก็เป็นเสียงปกติของอาจารย์เวลาอาจารย์เค้าจริงจัง แล้วเราก็รู้สึกว่าเค้าดูงานให้เราละเอียดมาก ถึงกับไปหา reference ให้เราด้วยในบางจุด เราชื่นชมอาจารย์มากตรงจุดนี้ แต่ว่ายังไม่ได้ไปบอกเป็นการส่วนตัวเลย เดี๋ยวจัดการทุกอย่างเสร็จคงต้องเขียนจดหมายไปบอกกล่าวบ้าง อาจารย์จะได้มีกำลังใจ

อาจารย์หูก็มีข้อแนะนำที่ดี ดูตรงคำผิดให้อย่างดี ส่วนอาจารย์สุรีย์มีข้อสงสัยบางอย่างที่ อืม เราครุ่นคิดแล้วก็ปวดหัวเหมือนกัน เนื่องจากตอบยาก เรื่องภาษาบางทีมันก็ละเอียดอ่อนมากในการใช้ศัพท์เฉพาะ ซึ่งเราเองไม่ได้เรียนทางด้านภาษาศาสตร์โดยตรง ก็อาจจะมีความรู้ที่ไม่ดีพอ ความคิดส่วนใหญ่ก็ปิ๊งมาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องที่กล่าวถึงในบททบทวนวรรณกรรม ส่วนที่ปรึกษาเราไม่ค่อยมีอะไรคอมเมนต์อยู่แล้ว เพราะดูงานเราจนเปื่อยละ สุดท้ายอาจารย์ประพิณคอมเมนต์ ส่วนใหญ่อาจารย์จะดูการใช้ภาษาและการอ้างอิง อาจารย์ประพิณน่ารักมาก แนะนำแบบผู้ใหญ่พูดกับเด็ก พูดจาเอ็นดู ซึ่งเราประทับใจและประหลาดใจมาก เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าอาจารย์ประพิณนั้นละเอียดและเข้มงวด ซึ่งต้องมีดุบ้างตามประสา แต่อาจารย์ไม่ได้ดุเราเลย แถมยังถามว่าเราทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้สนุกมั้ย น่าสนุกนะ มีคำเลียนเสียงเยอะแยะเลย

สรุปคือสิ่งที่เราจินตนาการนั้นคือฝันร้ายผีบ้าซาตาน แต่เรื่องจริงคือสวรรค์ รู้สึกโชคดีมากเลย และซาบซึ้งในคณะกรรมการทุกคนที่อดทนดูงานของเราให้

สรุปผลสอบก็คือผ่านในระดับดี …. ตอนแรกหวังเอาไว้ว่าพอใช้ก็พอ เพราะคิดว่าตัวเองพิมพ์ผิดเยอะ อยากจะกราบคณะกรรมการทุกท่านงาม ๆ ซาบซึ้งในความเมตตากรุณามาก ๆ ค่ะ

สอบเสร็จก็ไปรายงานผลกับแอ้ แอ้ก็ยินดีด้วย ส่วนเราก็เตือนให้แอ้พรีเซนต์งานเร็ว ๆ ไม่ต้องเยอะ จะได้เป็นการเร่ิมต้นสอบที่ดี แอ้ก็โอเค ๆ

ตอนกลับบ้านก็เกือบห้าโมงแล้ว ที่ลาดพร้าวรถติดแน่นอน อยากขึ้นเรือกลับบ้านนะ แต่กระเป๋าหนักมาก ต้องแบกร่างวิทยานิพนธ์ 5 เล่มกลับบ้าน เล่มนึงก็กระดาษ A4 180 กว่าหน้าอ่ะ เดินไปไม่ไหว เลยขึ้นรถไฟฟ้าก็ได้วะ เดินไปอย่างใจลอยถึงเรื่องวันนี้และคิดว่าจะแก้งานยังไงดีหนอ มีประเด็นให้ครุ่นคิดเยอะแยะเลย นั่งไปนานแล้วทำไมไม่ถึงหมอชิตสักที … เงยหน้าไปดู ไอ้บ้าาาาาา สถานีอุดมสุข เลวร้ายมาก โทรไปบอกแมมมิ เพราะเมื่อก่อนแมมมิอยู่แถวนั้น แมมมิก็ฮา ตอนนั้นเวลาก็ปาไปห้าโมงครึ่ง โอ้โห รถติดแน่นอน ก็เลยโทรหาติ้วดีกว่า ไปกินข้าวเย็นกันหนีรถติด เรากับติ้วเลยกินไก่ Bonchon กันที่สีลมคอมเพล็กซ์

สรุปวันสอบปกป้องวิทยานิพนธ์ก็จบลงอย่าง Happy Ending เย่ๆๆๆๆๆ

Advertisements

About liwan11

I'm ARTS / Chinese major/ Sunshine give me energy / Raining is my stage chorus / Books and movie take me to another world / Beautiful photos and good music relief my stress / Drawing is what I like ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: