Final update! (Estimate myself)

วันนี้(21 ก.ย. 50)
เป็นวันสุดท้ายของการเรียนปี 1 เทอมต้นแล้วสินะ
ที่จริงก็ไม่ได้คิดมาก่อนหรอก จนสก๊อตพูดขึ้นมา
ที่สำคัญคือเป็นวันที่เด็กปี 1 คณะอักษรศาสตร์(เกือบ)ทุกคนรับเสด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ด้วย
(ทรงพระราขดำเนินมาเนื่องในเรื่องการสร้างตึกใหม่ของคณะอักษรฯ)
เราได้เห็นพระพักตร์ด้วย  ทรงยิ้มแย้มแจ่มใสดี
เพียงเสี้ยววินาทีที่เห็นก็ทำให้เราปลื้มใจ เป็นบุญตายิ่งนัก
วกมาเรื่องของตัวเองดีกว่า
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2550
สอบไฟนอลไป 2 วิชา คือ use Thai lang กับ reasoning
1.สอบการฟัง Use Thai Lang
   ส่วนที่หนึ่ง
   สอบการฟังเกี่ยวกับเรื่องอาหารสำเร็จรูปกับความคิดสำเร็จรูป 
   แนวคิดหลักที่ตอบไปคือ อย่าเอาความคุ้นเคยของตัวเองไปตัดสินความคุ้นชินของผู้อื่น
   ที่ฟัง ๆ มา ก็พอสรุปได้ดังนี้
   …สมัยนี้มีอาหารสำเร็จรูปมากมาย ที่เพียงเทน้ำร้อนแล้วรอก็กินได้แล้ว มันเป็นวิธีปรุงอาหารที่ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ฉาบฉวย และไม่มีศิลปะการกิน
   เปรียบกับชีวิตเด็กสมัยนี้ ก็เหมือนเด็กสำเร็จรูป คิดอะไรง่าย ๆ นึกว่าทุกอย่างง่ายไปเสียหมด ฉาบฉวย ก็คงเช่นเดียวกับอาหารสำเร็จรูป คือ ไม่มีศิลปะการใช้ชีวิต
   คนที่คิดแบบนี้ต่างหากที่เป็นคนฉาบฉวย เพราะอาหารสำเร็รูปที่มีในท้องตลาดนั้นมากมายมหาศาล การที่จะรู้จักอาหารสำเร็จรูปทุกประเภท ทุกยี่ห้อ ก็ยากแล้ว
   ยิ่งการเลือกให้ถูกปากยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ดังนั้นการกินอาหารสำเร็จรูปไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ มันซับซ้อนกว่าที่คิด
   ความคิดเช่นนี้จึงเป็น”ความคิดที่ฉาบฉวย”
   คนที่คิดเช่นนี้เอาความคุ้นเคยของตนเองมาตัดสินความคุ้นเคยของผู้อื่น…
   ประเมินตนเอง : พอทำได้
   ส่วนที่สอง
   อาจารย์ยกกลอนมาให้ท่อนหนึ่งแล้ววิเคราะห์
   – ให้หาสารหรือแนวคิด
   – จุดประสงค์ของบทกวี
   – กลวิธีการประพันธ์
   ประเมินตนเอง : ค่อนข้างทำได้ มีบงข้อที่ไม่มั่นใจเอามาก ๆ และมีบางข้อที่มั่นใจ
2.สอบ reasoning
   สอบข้อเขียน ตอบลงในสมุดที่อาจารย์ให้
   ข้อสอบมี 4 ส่วน ถ้าจำไม่ผิด ประกอบด้วยการแยกประเภทการอ้างเหตุผล(นิรนัยประเภทใด หรืออุปนียประเภทใด)
   วิเคราะห์และวิจารณ์ ข้อวาม หรือบทความ ตามหลักเกณฑ์ ได้แก่ หาคความบกพร่องเชิงโครงร้าง เชิงสาเหตุ เชิงจิตวิทยาหรือภาษา
   ประเมินตนเอง : ทำไม่ค่อยได้เลย ง่วงนอน แอบหลับ 5 วินาทีด้วย ข้อสอบยาก+ให้เขียนเยอะ ; เราเขียนเอะเองแหละ เมื่อยมือ เลยขี้เกียจ ผลคือ ทำได้ห่วยมาก ผิดหวังในตัวเอง 
  
วันอังคารที่ 25 กันยายน 2550
สอบ 2 วิชา คือ EngI และ East civ
1.EngI
   Part1 Vocab and Grammarทำได้ 
   ประเมินตนเอง : vocab ทำได้ Grammar พอทำได้
   Part2 Reading
   ประเมินตนเอง : แอบหลับขณะทำ ทั้ง ๆ ที่คะแนนตั้ง 35 แน่ะ ทุเรศจริง ๆ ทำแบบขี้เกียจมาก
   Part3 Writing : Reason why you’re NOT majoring in English in this Faculty of Arts [reason]
   ประเมินตนเอง : ชอบพาร์ทนี้มาก เหมือนได้ปลดปล่อยอารมณ์(เครียดจากreading)
2.East Civ
   2.1 Jap Civ
   Choices and Writing
   ประเมินตนเอง : ค่อนข้างทำได้
   2.2 SEA Civ
   ประเมินตนเอง : พอทำได้ (รีบทำมาก เวลาไม่พอ แต่ก็ทำเสร็จ)

วันพุธที่ 26 กันยายน 2550

สอบวิชาภาษาไทย (เขียน)

1.ภาษาไทย

   ตอนที่๑ สอบตีความเรื่องสั้น “เก้าอี้ดนตรี” จากหนังสือเจ้าหงิญ ของ บินหลา สันกลาคีรี

   แม้จะเคยอ่านมาแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย -_-” แป่ว แต่อ่านในห้องสอบก็ให้ความรู้สึกอีกแบบ (รู้สึกหนาว ๆ ร้อนๆ)

   คำถามก็คล้าย ๆ ที่เคยททำมา

   – สาร/แนวคิดของเรื่อง 

   – เก้าอี้ กับ เด็กหญิงเหมือนและต่างกันอย่างไร

   – ทำไมก้าวอี้ถึงพูดว่า ฉันต่างหากที่เป็นผู้แพ้ตัวจริง

   และอะไรอีกจำไม่ได้

   ตอน๒ สอบตีความ+วิเคราะห์ร้อยกรอง เรื่อง “ดอกไม้กับน้ำค้าง”

   คำถาม

   – สาร/แนวคิด

   – กลวิธีการแต่ง

   – ภาษาที่ใช้ในการแต่ง

   – บอกหน้าที่ของนิสิต

   ประเมินตนเอง : คิดว่าทำได้ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองทำได้หรือไม่ เพราะเราเองก็ไม่ร้เลยว่าเราตีความถูกต้องหรือไม่

 

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2550

1. Intro Drama

    Part1 ละครเอเชีย

    – Choices

    – True/False

    ประเมินตนเอง : ไม่มั่นใจหลายข้อ แต่ก็พอทำได้

    Part2 ประเภทของละคร

    – True/False

    ประเมินตนเอง : อาจารย์หลอกเก่งมาก แต่เราไม่หลงกลหรอก ฮ่า ๆ

    – ให้บทละครมา แล้วแยกประเภท และบกลักษณะที่บ่งบอกถึงะครประเภทนั้นพร้อมยกตัวอย่าง (เรื่องดำ..ขำ Black Comedy) 

    ประเมินตนเอง : แยกได้ แต่เหตุผลนี่สิ..แถซะ

    Part 3 ละครสมัยใหม่

    – จับคู่

    ประเมินตนเอง : อาจารย์หลอกออีกแล้ว แล้วมันก็มั่วมาก แล้วเราก็โดนหลอกไปเต็ม ๆ แง๊ ๆ

    – choices

    ประเมินตนเอง : ไม่ค่อยโดนหลอกเท่าไหร่ มีงง ๆ นิดหน่อย

    – ให้บทละครแล้วแยกประเภท และบอกแนวคิดลักษณะของละครประเภทนั้น (มี 2 เรื่อง คือ วัยไฟ และ คอยโกโด)

    Part 4 ละครไทยสมัยใหม่

    – ละครเวที ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ไทย จำเป็นต่อสังคมไทยหรือไม่ อย่างไร งานศิลปะการละครควรเป็นแบบใด

      มีบทบาทแค่ไหน ถ้าไม่จำเป็นเพราะอะไร จงให้เหตุผล

    ประเมินตนเอง : เขียนไปโดยกล่าวรวม ๆ ทั้งสามประเภท เขียนเสร็จแล้วอาจารย์ปวิตรก็วิ่งเข้ามาบอกว่าให้เขียนแยกประเด็นมานะ

                         ละครสามอย่างนั้น โอ้ววว…มาบอกตอนที่หนูทำเสร็จแล้ว ที่ผ่านมาทำไมไม่บอก แยกประเด็นทำไมไม่

                         บอก..สุดท้ายก็ไปยัด ๆ ใส่เป็นย่อหน้าใหม่ เฮ้อ เหนื่อย 

 
 
Advertisements

About liwan11

I'm ARTS / Chinese major/ Sunshine give me energy / Raining is my stage chorus / Books and movie take me to another world / Beautiful photos and good music relief my stress / Drawing is what I like ^^

3 responses to “Final update! (Estimate myself)

  1. Dhiparadh

    ดิวตัวน้อยตัวนิด แสนขยันแอบหนีมาเล่นคอมอีกแล้วววววตั้งใจอ่านหนังสือ ด้วยล่ะ ถึงยังไง คะแนนก็คงหรูหราอยู่แล้วล่ะ
    อ่า วันเกิดแม่ เราเมา ด้วย 555..ไว้แล้วเดี๋ยวเจอกัน ^-^

  2. Dhiparadh

    你 好! 丹丽婉 不知道 写你的名字 对不对 ?在 宋卡 怎么样 ?要多用中文 别忘 啊 ! 5555+好想你 啊…..23 号 见 ^-^

  3. surachit

    ดีจัง ยังเข้ามาในสเปซเราอีกเหรอ ปลื้มใจ
    ชื่อเราเขียนอย่างนั้นแหละ
    อยู่สงขลาก็สบายดี กิน ๆ นอน ๆ
    แม่ทำอาหารให้
    แต่ฝนตกเยอะเลย ไม่ค่อยได้ออกไปไหนด้วย
    สู้ ๆ นะ กับการสอบจีน
    คิดถึงเหมือนกันจ่ะ
    (ปล.เขียนตอบแล้วนะ ไม่รู้จะมาอ่านอีกไหม)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: