กลอนมัธยมของกวีมัธยม

 
กลอนเหล่านี้เราแต่งตอนเรียนวิชาการประพันธ์ ท40218 กับอ.มัลลิกา อนันตพันธ์ เมื่อตอนม.6 เทอม 1 ปี 49
 
ก็ไม่อยากจะทิ้งนะ เสียดาย เพราะบางกลอนเราก็ชอบ เลยเก็บรวบรวมไว้ที่นี่ดีกว่า
 
 
 
1.แต่งกลอนอะไรก็ได้ (ปฐมนิเทศน์ + ลองภูมิ ๆ)
 
                                   แต่ก่อนนั้นเมื่อเมียงมองไปบนฟ้า    ก็เห็นแสงจันทราดาราฉาย
                             แต่บัดนี้แสงนั้นกลับวอดวาย               ปรากฏกลายเป็นหมอกควันจากจักรยนตร์
 
2.กลอนหก (แต่งคู่กับเก๋ หัวข้อ"ป่าไม้")
     ป่าไม้ที่หายไป
                                          เมื่อมองย้อนไปสมัยก่อน     ทั่วนครสีเขียนวสดใส
                                      ต้นไม้แตกดอกออกใบ            สิ่งไหนอยากได้ใคร่มี
                                          บัดนี้ผืนป่าสมบูรณ์            กลับสูญสิ้นไปทุกที่
                                      ปั่นป่วนทั่วทั้งปัถพี                มนุษย์นี้คือผู้ทำลาย
 
3.กลอนแปด (หัวข้อ"ฝน")
                                                                        อดทนวันฝนพรำ
                                     อดทนรอสายฝนที่กระหน่ำ       อดทนรอความแฉะฉ่ำให้จางหาย
                              อดทนรอความเปียกชื้นให้ละลาย       เมื่อแดดฉายคงคุ้มค่าการรอคอย
ปล.ชอบอันนี้แหละ อิอิ
 
4.กาพย์ยานี 11 (หัวข้อ"ตัวฉันเอง")
                                               ผิวเหลืองใส่แว่นตา    ผมหน้าม้าอารมณ์ขัน
                                           ชื่อว่าลีลาวันต์             คือตัวฉันมิใช่ใคร
                                               พ่อแม่ก็ค้าขาย         หารายได้เอาไว้ใช้
                                           สั่งลูกเรียนตามวัย          สองคนได้ก้าวไกลกัน
                                               อายุสิบเจ็ดปี           ถึงนาทีวิ่งตามฝัน
                                           ติวสอบแอดมิชชั่น         อักษรศาสตร์ไม่พลาดเอย
 
5.กลอนแปด (หัวข้อ"60 ปี")
                                       หกสิบปีแล้วหนอโอ้ชีวิต                 ถูกลิขิตให้ถึงวัยที่เกษียณ
                                  พอกันทีที่คอยพร่ำและพากเพียร              ในวงเวียนการหาเลี้ยงชีวิตตน
                                       ผ่านเรื่องราวมากมายหลากหลายอย่าง  มีสุขบ้างทุกข์บ้างให้สับสน
                                  มีล้มบ้างลุกบ้างให้กังวล                      เมื่อหลุดพ้นจึงขอพักทั้งกายใจ
 
6.กาพย์ฉบัง 16 (แต่งกลอนจากนิทานอีสป)
                                       เหล่าเพื่อนเด็กชายสี่คน                 ชอบเล่นซุกซน
                                  ริมหนองน้ำกบอาศัย
                                       เด็กชายคิดได้ทันใด                     แกล้งกบกันไหม
                                  แล้วคว้าหินไม้เตรียมขว้าง
                                       กบเห็นก็ตะโกนขัดขวาง                 พวกท่านจงวาง
                                  เว้นสิ่งที่จะทำกัน
                                       พวกท่านอาจตลกขบขัน                 แต่พวกเรานั้น
                                  ไม่สนุกแถมยังเจ็บตัว
                                       เด็กชายทั้งสี่ก็กลัว                       วิ่งหนีกันมั่ว
                                  ไม่กล้าทำชั่วอีกเลย
 
คติสอนใจ อย่าทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการให้ผู้อื่นทำกับเรา
 
7.โคลงสี่สุภาพ (หัวข้อ "อาหาร")
อาหารคาว
                                              ส้มตำรสจัดจ้าน           มะละกอ
                                          บดบีบมะนาวพอ              ตื่นลิ้น
                                          น้ำปลากับตาลก้อ             กรอกใส่ ตำนา
                                          เขือเทศกุ้งแห้งสิ้น            เสร็จแล้ววิธีการ
                                              ตามต่อด้วยไก่หย้าง      คู่หู
                                          กินกับข้าวเหนียวดู            น่าลิ้ม
                                          ไม่พอต่อลาบสู่               น้ำตก แซ่บแล
                                          ทานเสร็จหลับตาพริ้ม         อิ่มแล้วสบายใจ
ปล. กลอนนี้แบบว่าขำ ๆ ทำไปได้
 
8.โคลงสี่สุภาพ (หัวข้อ"เพื่อน")
เพื่อนแท้
                                              ใครหรือคือมิตรแท้      รู้ได้
                                           เพียงเพ่งพิศผ่านใจ        ถ่องแท้
                                           เวลาจักต้องใช้             พิสูจน์
                                           ไม่อาจตัดสินแข้           เปลือกหุ้มกายา
                                              ยามยากลำบากแค้น    แสนเข็ญ
                                           มองเหม่อหาคนเป็น       ที่ผึ้ง
                                           ร่วมทุกข์สุขไม่เว้น         วายว่าง
                                           นั่นแหละจึ่งทราบซึ้ง       เพื่อนแท้แน่จริง
 
ปล.คำว่า "ทราบซึ้ง" ความหมายแยก คือ ทราบ = รู้,เข้าใจ / ซึ้ง = ซาบซึ้ง
 
9.วิชชุมมาลาฉันท์ (สุดท้ายแล้ว ทิ้งท้ายด้วยบทกลอนนี้นะจ้ะ)
                                               สิ่งใดอัดอั้น       หากกลั้นมันไว้
                                         แสนคับแค้นใจ          ไม่เห็นทางออก
                                         คายมันมาเถิด           ถ้าเกิดอยากบอก
                                         บรรเทาช้ำชอก          ทุกข์ตรอกตรึงทรวง
 
 
… อ่านกลอนบทสุดท้าแล้วใช่มั้ย เอาล่ะ ทำตามที่กลอนบอกนะ มีอะไรก็อย่าเก็บเอาไว้
เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะเม้นต์ก็เม้นต์เลยนะ  อย่าเก็บมันไวเลย
ระบายออกมาให้หมด ฮ่า ๆๆ ลากเข้าเรื่องจนได้
อย่าลืมนะ มีอะไรในใจ อย่าเก็บไว้จนอึดอัดล่ะ หาเพื่อนที่รู้ใจมาร่วมระบายทุกข์สุขสักคน วี้ดวิ้ว …
 
Advertisements

About liwan11

I'm ARTS / Chinese major/ Sunshine give me energy / Raining is my stage chorus / Books and movie take me to another world / Beautiful photos and good music relief my stress / Drawing is what I like ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: